สวัสดีครับ วันนี้ผมจะมาเขียนเรื่อง "แม้ว่ามองไม่เห็น รักจะเป็นสายตา" อันนี้เอามาจากเพลงของนักดนตรีที่แต่งเพลงเพื่อเผยแพร่ศาสณาคริสต์คณะ The family ซึ่งผมเคยฟังเพลงของคณะนี้เมื่อหลายปีที่ผ่านมา ชอบเพลงนี้มากครับ เสียงร้องของนักร้องผู้หญิงมันช่างพริ้วไหวไปตามทำนองดนตรีอย่างแนบเนียนจริงๆ ฟังๆ มาจนสะดุดกับวรรคที่ว่า "แม้ว่ามองไม่เห็น รักจะเป็นสายตา" โอ้ มันโดนจริงๆ ครับ (อันนี้ต้องขอบอกไปถึงพระเจ้าด้วย อยากขอบคุณพระเจ้าที่ได้ประทานเพลงดีๆ มาให้ผมฟังครับ)
เหตุที่ผมเขียนเรื่องนี้ เพราะผมมีความเชื่อว่า บางครั้ง ความตาบอดไม่ได้เป็นอุปสรรคในการที่คนจะรักกันแต่อย่างใด เคยมีคู่สามีภรรยาหลายคู่ที่เป็นคนตาบอด ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะยากดีมีจนอย่างไร หรืออาจจะมีอายุ รสนิยม หรือพื้นฐานทางสังคมที่ต่างกันอย่างไร เขาก็ยังรักกันและอยู่ร่วมกันได้ และแม้ว่าบางคู่จะมีใครบางคนที่ฟังเสียงแล้วไม่น่าสนใจเลย (ซึ่งอันนี้เขาว่ากันว่าคนตาบอดชอบกันที่เสียงนะครับ) ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคทีเขาจะอยู่ร่วมกัน แล้วถ้าหันมาดูคนตาบอดที่มีคู่ชีวิตเป็นคนตาดี อันนี้ก็มีอยู่หลายคู่เช่นกัน แล้วท่านผู้อ่านอยากรู้มั้ยครับ ว่าเวลาคนตาบอดพบรักกับคนตาดี มันเป็นยังไง?
เอาประสบการณ์ของผมเลยนะ วันนี้ครึ้มอกครึ้มใจครับ ขอบอก! ก็จะขอเล่าเลยแล้วกัน
ตั้งแต่ที่ผมเคยมีแฟนเป็นคนตาดีมา ผมว่าความตาบอดของผมก็อาจจะเป็นจุดสนใจของเธอบ้าง ยิ่งล่าสุดที่ผมเพิ่งไปพบรักมานี่ เธอเคยบอกว่าสนใจที่ผมตาบอด "ถ้าผมไม่ตาบอด เธอจะไม่สนใจเลย" เธอบอกนะครับ แล้วเมื่อคบกันต่อไป ผมก็รู้ว่าความตาบอดไม่ได้เป็นปัญหาจริงๆ ผมกับแฟน ทำอะไรด้วยกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ช่วยกันทำงานที่ต้องทำร่วมกัน และคบกันอย่างออกหน้าออกตา ไม่มีความอายหรือกลัวว่าคนทั่วไปจะมองไม่ดีที่เธอมาคบกับผมซึ่งเป็นคนตาบอด และบางครั้งที่คนทั่วไปเห็นเราไปไหนด้วยกัน พวกเขาก็มักจะทักทายด้วยความชื่นชมและเอ็นดู (ส่วนใหญ่จะเป็นพวกคนขายของในตลาดนะครับ) แล้วก็ยังมีคนในรถโดยสารด้วย เวลาเขาซักถามอะไรก็รู้สึกว่าแฟนผมจะได้รับคำชมบ่อยๆ จนในที่สุดแล้วก็มาถึงที่ว่า ผมโชคดีที่มีเธอเป็นแฟน ก็คงจะต้องขอบอกว่าผมโชคดีจริงๆ นั่นแหละครับ
คบกันไปคบกันมา ก็คงมาถึงช่วงที่จะเลิกกันแล้วสิครับ เหตุผลของการเลิกกัน ก็คงไม่ใช่เพราะผมตาบอดอีกนั่นแหละครับ อันนี้เชื่อได้แน่ๆ ว่าไม่ใช่นะครับ สรุปว่าในช่วงเวลาที่ผมเคยมีแฟน ความตาบอดไม่เคยมาทำลายความรักระหว่างเราเลย ตรงกันข้าม ความตาบอดยังช่วยให้ผมมีคนที่รักและสนใจ และยังเป็นเครื่องแสดงให้เห็นได้ว่า แม้ผมตาบอดก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะรักหรือห่วงใยใครไม่เป็น เมื่อถึงเวลา ผมก็ทำอะไรได้ใกล้เคียงกับคนตาดีๆ ที่เขาทำกันนั่นแหละครับ เช่น เวลาที่เธอเจ็บไข้ไม่สบาย เวลาที่เธอต้องการความช่วยเหลือในเรื่องงานที่ผมพอจะช่วยได้ เวลาที่เธอเข้าครัวทำอาหาร ผมก็จะมีส่วนร่วมทุกอย่าง อย่างนี้ก็เท่ากับว่าความตาบอดไม่ใช่เป็นอุปสรรคของความรักเลยใช่ไหมครับ?
เขียนมาถึงตรงนี้แล้ว ผมก็อยากจะทิ้งท้ายไว้ตรงที่ว่า เมื่อจะรักใครแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดก็คงอยู่ที่ใจครับ ไม่มีอะไรจะมาขวางกั้นความรักที่เราหยิบยื่นให้กันได้เลย และก็ความรักอีกนั่นแหละครับ ที่จะทำลายอุปสรรคทุกอย่าง เรื่องไหนที่เป็นไปไม่ได้ ถ้าเรามีความรักให้กัน อะไรก็เป็นไปได้ทั้งนั้นครับ แล้วท่านผู้อ่านเห็นว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไรครับ หวังว่าคงไม่ธรรมดาเกินไปนะครับ.

edit @ 2006/11/08 07:47:11

Comment

Comment:

Tweet

สิ่งสำคัญมักมองเห็นได้ด้วยใจคะ

#22 By Juliet52 on 2006-07-21 15:45

สุดยอดครับพี่

พี่เขียนหนังสือดีนะครับ

ข้างบนผิดพลาดน่ะ ประทานโทษ*

#21 By nuut on 2006-07-06 00:11

สุดยอดครับพี่

พี่เขียนหนังสือดีนะครับ

#20 By nuut on 2006-07-06 00:09

อ่านแล้วประทับใจมากๆเลยค่ะ

แล้วก็ไม่นึกเหมือนกันว่าจะมีคนตาบอดมาเขียนบล็อคด้วย



เรื่องความรักมันเป็นเรื่องของใจจริงๆล่ะค่ะ
เพราะเจอมากับตัวจริงๆ

#19 By 123 on 2006-07-05 21:30

ความรักนั้นสัมผัสได้ด้วยใจ

#18 By ย้งยี้ on 2006-06-30 19:27

......

เข้ามามอบคุณเปี๊ยกนะคะ

.. สู้ สู้

#17 By Coffee mania on 2006-06-30 12:34

ดีจังเลยค่ะ ซึ้งจังเลย โชคดีที่โลกนี้มีความรักนะคะ

#16 By morgiana on 2006-06-29 22:34

รักสัมผัสได้ด้วยความรู้สึกจริงๆๆ...


เนี่ยหละน้า ความรัก

#15 By ...Cheon... on 2006-06-29 21:55

รักไม่มีพรมแดน

ซึ้งครับ

#14 By PeeYong \-_-> on 2006-06-29 21:11

ผมนี่เห็นด้วยกับคุณเปี๊ยกอย่างเต็มๆเลยล่ะครับ แต่ผมมีข้อสังเกตุให้เพื่อนๆคนอื่นหรือคนที่ไม่ใช่คนตาบอดคิดสักนิดหนึ่งนะครับ ถ้าหากว่าเราโดนคนที่มีสิ่งๆต่างๆคล้ายๆเราแล้วทำให้เราเจ็บ มันจะเจ็บมากกว่าคนที่ไม่มีอะไรคล้ายๆกับเราทำ จริงไหมครับ คือประมานว่า ถ้าเราโดนคนตาบอดหักอกเรา เราก็คงจะเจ็บมากกว่าคนตาดีหักอกเราจริงไหมครับ และฝากถึงคนทั่วๆไปนะครับ อย่ามองคนเพียงรูปร่างภายนอกเลยนะครับ มันไม่ถาวรหรอกครับ เชื่อผมเถอะhttp://jpntt.exteen.com

#13 By โจ้ on 2006-06-29 16:18

เขียนเรื่องใกล้เคียงกันเลยครับผม ผมว่า ความรักขึ้นอยู่กับใจ และถ้าเข้ากันได้ไม่มีอะไรต้องเป็นอุปศักดิ์ แต่อย่างที่บอกพยายามคุยกันเมื่อทะเลาะอย่าทิ้งไว้ให้ค้างคา อย่าเอาอารมย์เป็นใหญ่ก็สามารถประคองรักได้แล้วครับ เหลือแต่ที่ว่า "รักเกิดขึ้นง่าย แต่รักษายาก" ลองดูว่าเราผู้ซึ่งมีความรักจะทำหน้าที่นี้ได้ดีแค่ไหน

#12 By PjPancake on 2006-06-29 13:29

ซึ้งมากๆค่ะ

เปี๊ยกโชคดีแล้วค่ะ แม่ขอให้ลูกมีความสุขมากๆๆๆนะคะ

#11 By P Pu on 2006-06-29 12:05

ความรักมันสัมผัสได้จากใจนะครับ

ขอให้คุณพบรักอันประเสริฐอีกครั้งหนึ่งในเร็ววัน

#10 By ฟิวส์ on 2006-06-29 12:04

ผมว่าคนที่โชคดี คือคนที่มีหัวใจ เป็นสายตา ...
พูดอย่างงี้ ก็แสดงว่า อยากมีแฟนเป็นคนตาดีอีกใช่มั้ย? รู้นะคิดอะไรอยู่!

#8 By pui on 2006-06-29 09:34

เป็นเรื่องที่ไม่ธรรมดาเลยครับ เป็นความรู้สึกที่ดีมากๆครับ
ความรักดีๆที่ทำให้เรามีความสุข นั้นหาได้ยากครับ
ขอให้มีความสุขมากๆนะครับ
ดีใจแทนคุณเปี๊ยกนะครับ
ที่ได้พบกับความรักที่บริสุทธิ์แบบนี้
ถึงแม้จะเลิกกันไปแล้วแต่ช่วงเวลาที่คบกัน
เขาก็ได้มอบความสุขมาแล้วนะครับ
ผมเองไม่เคยโกรธแฟนเลยที่เลิกกัน
แต่เสียดายและกลัวที่จะมีความรักครั้งต่อไปเท่านั้นครับ

#6 By ravender on 2006-06-29 07:57

วันนี้ เขียนเรื่องหวานๆ เชียวนะคะเปี๊ยก...

ความรักอยู่ที่ใจจริงๆ ค่ะ...และเป็นสิ่งที่นำทางให้เราผ่านพ้นทุกอุปสรรคได้ดี (ถ้าใช้ความรักอย่างถูกวิธีนะคะ) เป็นพลังที่ช่วยขับเคลื่อนชีวิตได้ดีเชียวล่ะค่ะ

#5 By Hongfha on 2006-06-29 06:56

...

เพราะรัก สัมผัสได้ที่หัวใจ ค่ะ

..
ไม่ได้เข้ามานานเลยเนอะ
สบายดีอะป่าวครับ

#4 By Coffee mania on 2006-06-29 06:31

อ่านแล้วอิจฉาตาร้อนเล็กน้อยค่ะ
ดีจังน้า....

#3 By * Night Wanderer * on 2006-06-29 06:23

อ่านแล้วซึ้งกินใจมากข่ะ

#2 By Zheng Yu [A]ming Kung © 郑玉明 on 2006-06-29 05:33

ความรัก
มองไม่เห็นด้วยตา
แต่สัมผัสได้ด้วยใจค่ะเปี๊ยก

#1 By ??? on 2006-06-29 05:30