ความประทับใจในชีวิตประจำวัน
สวัสดีครับทุกท่าน มัวรีๆรอๆอยู่ว่าเมื่อไหร่จะได้ฤกษ์มาเขียน ตอนนี้เป็นฤกษ์ดีก็เลยมีเรื่องมาเขียนจนได้นะครับ วันนี้ว่าด้วยเรื่องของความประทับใจจากเหตุการณ์ธรรมดาๆที่เราต้องเจออยู่ทุกเมื่อเชื่อวันนี่เองครับ
คงไม่มีใครปฏิเสทนะครับว่า ทุกวันนี้เราต้องเดินทางไปไหนมาไหนอยู่เป็นเรื่องปกติ แล้วสำหรับท่านที่อยู่ในเมื่องหลวงซึ่งเต็มไปด้วยการแก่งแย่งแข่งขันอย่างดุเดือดแบบนี้ การเดินทางก็เป็นสิ่งหนึ่งซึ่งอาจจะสร้างความรำคาญใจให้ได้ไม่น้อยทีเดียว ยิ่งท่านที่อยู่ในแห่่งรถติดมากๆด้วยแล้ว ก็คงต้องบอกว่าสาหัสจริงๆ
จากที่ผมเคยเขียนเรื่องรถเมล์มาหลายตอนแล้ว วันนี้ก็จะมาขอเขียนอีกตอนครับ คือผมอยู่กรุงเทพฯมาสองปีกว่าๆแล้ว ได้เปลี่ยนที่พักมาก็หลายแห่ง และเดินทางไปไหนมาไหนโดยรถเมล์ก้ค่อนข้างบ่อยเหมือนกัน ก็เลยรู้สึกว่าการนั่งรถเมล์นี่ถ้าคิดดีๆก็เป็นสิ่งที่น่าจะต้องมองให้เป็นเรื่องไม่เครียด ทั้งๆที่บางครั้งที่เราใช้บริการรถเมล์ พนักงานขับรถหรือกระเป๋าก็แสดงอาการที่ไม่น่าดูเอาเสียเลย ก็อยู่ที่เราว่าจะมองสถานการณ์นั้นว่าเป็นยังไง
กว่าสองปีที่ผ่านมา รถเมล์ที่ผมประทับใจและมีความรู้สึกถูกชตาเวลาได้ใช้บริการก็มีอยู่จำนวนหนึ่งนะครับ ด้วยเหตุผลที่ต่างกัน ซึ่งพอจะประมวลมาเล่าให้ทุกท่านได้ทราบกันดังนี้ครับ
เริ่มที่สาย 538 เป็นสายแรกๆที่ผมได้ใช้บริการ สายนี้จะเจอทั้งกระเป๋าใจดีและผู้โดยสารที่มีน้ำใจตั้งแต่สูงอายุไปจนถึงคนที่น่าจะอยู่รุ่นราวคราวเดียวกัน บางทีก็มีรถเสียบ้าง แอร์ดับ นั่งหลับ นั่งเลย ยืนเบียด คนขับดุ โดนถ่ายผู้โดยสาร แต่จะยังไง ผมก็เต็มใจและยินดีทุกครั้งที่ได้ใช้รถสายนี้
รถสาย 69 เคยนั่งครั้งเดียวแต่ก็รู้สึกว่าน่านั่งครับ เพราะบังเอิญเจอการบริการที่เป็นมิตร เรียกว่าถ้านั่งเลยก็คงลำบากมาก เพราะไม่เคยนั่งมาก่อน แต่ก็รอดมาได้ด้วยดี อันนี้ก็เลยจำไว้ว่าสาย 69 ก็น่านั่งอีกสายหนึ่ง (ตอนนั้นเคยนั่งรถปรับอากาศครับ) ไม่รู้ว่ามีรถร้อนหรือเปล่า
อีกสายที่รู้สึกว่าน่าพอใจก็คือ 62 อันนี้คุยกับกระเป๋าไปตลอดทางเลย กลัวหลงครับ และได้ข่าวว่ากระเป๋าก็ง่วงนอนด้วย คนพวกนี้บางครั้งก็พักผ่อนน้อยครับ น่าสงสารเขาเหมือนกันในจุดนี้ ถึงจะอยู่รถแอร์ก็อย่าเพิ่งคิดว่าสบายนะครับ อากาศไม่ค่อยถ่ายเทครับ มันก็อึดอัดเหมือนกัน
อีกสายที่คงไม่กล่าวถึงไม่ได้ก็คือ สาย 503 อันนี้จะราคาถูกกว่าสายอื่นที่วิ่งในเส้นทางเดียวกันด้วย แถมรถก็แปลกๆ มีนั่งหันหน้าชนกันด้วย จึงทำให้ผมรู้สึกประทับใจเป็นพิเศษ และถ้าวันไหนได้นั่งสายนี้กลับบ้านก็แน่ใจได้เลยว่าจะไม่เลยแน่ๆ เพราะเขาขานป้ายทุกครั้ง และมักจะถึงที่หมายเร็วกว่าปกติด้วย เพราะเขาไม่ค่อยจอดครับ ไม่รู้จะไปรับผู้โดยสารที่ไหน สงสัยคงกะจะรับที่ละมากๆไปเลย นี่แหละครับ ถูก เร็ว ดี ของแท้เลย
ยังมีอีกหลายสายที่น่าประทับใจครับ เช่น 24 ที่ถึงแม้จะต้องรอนานถ้าไม่ได้ดูเวลาให้ดี หรือ 39 ที่อาจต้องหงุดหงิดกับคนขับที่บางครั้งก็ขับรถอย่างมีอารมณ์บ้าง หรือสาย 187 เพื่อนเก่าที่มักพาผมไปเที่ยวอู่เป็นประจำในช่วงที่เคยใช้บริการ เหล่านี้ผมถือว่าก็ยังยินดีที่จะใช้บริการครับ ส่วนบางสายที่ยังไม่อยากจะกล่าวถึงนั้น คิดว่าอยากจะหลีกเลี่ยงด้วยเหตุที่ต่างกันหลายสถานการณ์ ซึ่งคงไม่กล่าวถึงให้เสียบรรยากาศนะครับ
แล้วท่านผู้อ่านคิดยังไงกันบ้างครับ เดี๋ยวโอกาศหน้าจะเล่าเรื่องรถเมล์ต่างจังหวัดให้อ่านกันบ้างดีกว่า ผมมีอะไรกับรถเมล์นี่ก็เยอะเหมือนกันครับ ที่ยังจำได้ก็ประทับใจทั้งนั้นเลยครับ คราวนี้ต้องจบเสียที เพราะได้เวลาหาอาหารเช้าแล้ว สวัสดีครับ

Comment

Comment:

Tweet

พูดคุยเรื่องรถที่
http://clubrot.com/cars

#18 By เที่ยวไทย on 2007-09-12 08:54

พี่เป็นคนอยู่ต่างจังหวัด
จะขึ้นรถสายนครสวรรค์-พิษณุโลก ทุกสัปดาห์ ส่วนใหญ่คนไม่ค่อยเต็มนักหรือมักจะลงระหว่างทางมากกว่า พนักงานขับรถเราไม่เคยสังเกตใคร พอขึ้นรถปั๊บ เราคว้าหนังสืออ่านและหลับตลอดทาง ตื่นขึ้นอีกครั้งก็ใกล้ถึงศูนย์ท่ารถประจำแล้ว จึงไม่ค่อยมีเรื่องโกรธเคืองใคร แต่ยังดีใจที่ไม่ทรหดอดทนแบบนี้ น่าเห็นใจคนกรุงเทพฯนะครับ

#17 By panupong on 2007-04-29 22:38

เก่งจังเลยอ่ะค่ะ
รู้ป้ายได้ยังไงอ่ะ
เรายังขึ้นผิดขึ้นถูกเลย
ทำบลอกได้ด้วย
ขอชื่นชมในความพยายามและความสามารถมากๆเลยค่ะ

#16 By momo (124.157.150.128) on 2007-04-11 19:52

สุดเลยเลยคะ หนูคนธรรมดาครบ 32
ยังขึ้น รถเมล์ แล้วลงยังผิดป้ายเลยคะ

#15 By l3εχώφž* ::; on 2007-03-30 18:41

. . . เข้ามาดู

#14 By พี่น้อง (58.9.158.187) on 2007-03-27 09:24

อ่า...สวัสดีค่ะ ป้าเพิ่งมาใหม่ ก็ขอสวัสดีกันก่อนอื่นเลยนะคะ

แนะนำตัวนิดสนึง

ป้าเองเป็นอาสาสมัคร ที่โรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพด้วยค่ะ เริ่มทำเมื่อปลายปีที่แล้วนี้เองค่ะ ยังไม่นานเท่าไหร่เนอะ
แต่ก็ได้ใช้ชีวิตร่วมกับน้องๆที่โรงเรียนประมาณนึง เพราะไปค่อยข้างบ่อย อีกอย่างก็คือ ตอนนี้ ก็ไปช่วยงานในโครงการดีๆ คือ โครงการดนตรียิ้มสู้ จัดโดยสมาคมคนตาบอดฯ ด้วยค่ะ

..............

อ่า ถ้างั้นก็ขออุ๊บอิ๊บจากเจ้าของบลอกนะคะ ขอยืมพื้นที่เล็กน้อย

คือ ประมาณปลายเดือนนี้จะมีอัลบั้มพิเศษในโครงการดนตรียิ้มสู้นี้ วางแผง นะคะ รายได้ทั้งหมดหลังหักค่าใช้จ่ายนำไปซื้ออุปกรณ์เพื่อฝึกอาชีพให้กับคนตาบอด โดยผ่านทางมูลนิธิคนตาบอดฯ นะจ๊ะ

ซึ่งอัลบั้มพิเศษนี้ นำเสนอ โดย วง อัยออนเนี่ยน ค่ะ ฝากติดตามความสามารถของพวกเค้าด้วยนะคะ
..............ก็เป็นกำลังใจให้นะคะ และกำลังกายที่พอมีทำเรื่องดีๆ ให้เกิดกับน้องๆได้ พี่ก็เต็มที่เสมอค่ะ....

#13 By ~kooNPa~ on 2007-03-10 16:58

ความประทับใจอันนี้ก็เคยพบนะค่ะแต่ว่าน้อยนะค่ะในสังคมไทยเรา คนเรามีน้ำใจนี้หายากในสังคมไทยเราแล้ว คนดีต้องส่งเสริมนะค่ะจริงไหมค่ะ

#12 By jasminey on 2007-02-20 18:54

น้ำใจคนไทยยังเปี่ยมล้นอยู่บ้างล่ะนะครับ

#11 By นายฉิม on 2007-02-19 22:38

สุขสันต์วัน valentine ค่ะ มีความสุขมากๆนะคะ

love is all around ค่ะ

#10 By lamoon on 2007-02-14 17:01

น้ำใจยังคงคู่คนไทย.......

#9 By กอม่วง on 2007-02-09 23:43

ประทับใจ

#8 By ย้งยี้ on 2007-02-09 19:14

ดีจัง ขอให้มีวันดีๆของคุณตลอดไปนะครับ

#7 By ฟิวส์ on 2007-02-07 00:18

น้ำใจ แม้จะมีให้เห็นกันบ่อยๆ
แต่ก็ยากที่จะเจอ ผู้ที่มีน้ำใจอย่างแท้จริง ไร้การเสแสร้ง..
น้ำใจ.. เดี๋ยวนี้หาได้ยากนะคะ

ไม่ค่อยเข้ากทม.ค่ะ แต่ไม่ชอบรถเมลล์เลย
-*- เรียกให้ถูก ไม่ชอบการจราจรของเมือหลวงมากกว่า
รถเบรคบ่อยจังค่ะ เวียนหัว เหอๆ
น้ำใจเป็นสิ่งสำคัญในปัจจุบันอย่างมากเลย

#4 By lamoon on 2007-02-05 13:30

เรื่องรถเมล์เนี่ย เจอมาหลายแบบแล้วค่ะ
แต่วันไหนเจอพนักงานยิ้มแย้มพูดจาดี
เราก็รู้สึกดีๆนะ
แต่ถ้าเค้าหน้ามุ่ย พูดไม่ดีเท่าไหร่
ก็พยายามเข้าใจเค้ามากกว่า
ต้องยืนทั้งวันแถมเจอคนเยอะแยะ
ผู้โดยสารบางคนก็ทำตัวไม่น่ารักเลย
อะไรอภัยให้กันได้ก็อย่าไปถือสาเลยนะคะ
แต่บางเรื่องอย่างขับรถเร็ว ไม่จอดตรงป้ายเนี่ย
เห็นใจตัวเองมากกว่าค่ะ กลัวอุบัติเหตุ

#3 By MamiLuv on 2007-02-05 11:52

สายไหนที่มีกระเป๋าใจดีผู้โดยสารที่มีน้ำใจ ก็เป็นเรื่องดีค่ะ

อย่างน้อยๆ คนไทยยังมีน้ำใจให้กันเสมอนะค่ะ

#2 By ...Cheon... on 2007-02-05 10:46

ได้อ่านเรื่องดีๆแต่เช้าเลยดีจัง
แผ่นดินไทยยังไม่สิ้นคนมีน้ำใจ

#1 By " POOMOO " on 2007-02-05 09:01