วันนี้ขอเริ่มด้วยปริศนาคำทาย คล้ายๆ กับตอนเรียน ป. 1 เลยนะครับ อะไรเอ่ย? ให้คนอื่นเท่าไหร่ก็ไม่หมด?

จริงๆ แล้ว ท่านผู้อ่านที่รักและนับถือของกระผม อาจจะมีคำตอบอยู่ในใจ ที่เป็นคำตอบที่ถูกต้อง อยู่หลายคำตอบเลย ผมก็เชื่อว่าถูกหมดแหละ

แต่ผมจะขอหยิบเอาคำตอบหนึ่งข้อที่ถูกต้องเหมือนกัน มาตอบ พร้อมอธิบายว่าทำไมถึงตอบว่าแบบนี้

ผมตอบว่า "ความรู้" เหตุที่ผมตอบแบบนี้ เพราะผมเคยให้สิ่งนี้แก่คนอื่นแล้ว ก็เห็นว่า มันก็ไม่ได้หายไปจากเราเลย กลับจะเพิ่มพูนแตกฉานขึ้นมาอีก "ยอดจริงๆ" ส่วนจะให้ใคร ให้ที่ไหน ให้อย่างไร นั้น ก็ขอให้มันเป็นความประทับใจส่วนตัวผมแล้วกันนะครับ อย่าเอามาเล่าเลย มันรู้สึกอายนิดๆ ก็อยู่ๆ มีคนมาเรียก "อาจารย์" แบบนี้ตั้งหลายวัน มันจะไม่น่าอายได้ไง?

เดี๋ยวนี้ผมรู้สึกว่า คนเรามักจะเป็นผู้ "คัดลอกความรู้" มากกว่าที่จะเป็นผู้ "เผยแพร่ความรู้" จริงหรือเปล่าก็แล้วแต่มุมมองของแต่ละท่านนะ เนื่องจากผมรู้สึกว่า ความรู้ในปัจจุบันนี้ ยิ่งความรู้ในโลกเสมือนนี่ด้วยแล้ว มันคัดลอกกันง่ายจริงๆ ก็เลยอาจจะส่งผลให้มีผู้สนใจ คัดลอกความรู้ไปใช้กันอย่างมาก (ผมก็เป็น ไม่ได้ว่าแต่คนอื่นนะ) แต่ว่าในบางช่วงที่ความรู้สึกไม่อยากเอาเปรียบมันเข้ามาเยี่ยมเยือน ผมก็มาคิดได้ว่า ทำไมเราไม่เอาอะไรที่ดีๆ มาแบ่งคนอื่นบ้าง? แล้วยิ่งความรู้นี่ให้แล้วมันก็ไม่ได้หายไปไหน ก็เลยคิดว่า ต่อไปจะพยายามหาความรู้มาแบ่งปันคนอื่นให้มากและเป็นจริงเป็นจังเสียทีดีกว่า ไม่ค่อยอยากเอาเปรียบคนอื่นแล้ว เพราะนี่ก็ได้เปรียบคนอื่นมากอยู่นะ แต่อย่ายกตัวอย่างเลย มันเหมือนจะประจานตัวเองยังไงไม่รู้

ที่เขียนมานี่ก็ไม่ได้มีสาระอะไรมากหรอกครับ เพียงแต่จะมาบอกว่า สำนึกผิดที่ไม่ค่อยได้มาเขียนอะไรเพิ่ม จึงจะพยายามมาแก้ตัวให้ แค่นั้นเองครับ ถ้าเมื่อไหร่ไม่มีอะไรจะเขียน ก็มาชวนไปหาอาหารญี่ปุ่นกินอีกสักครั้ง หรือถ้าเบื่ออาหารญี่ปุ่น ก็ไปหาเพลงมาให้ฟังกันอีก ถ้าเบื่อเพลง ก็ไปหาเรื่องความคิดแปลกๆ ของผมที่มักจะมีเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ มาระบาย หรืออาจหาเรื่องอะไรที่ใครอยากรู้ มาเล่าบ้าง แค่นี้ก็น่าจะเป็นกิจวัตรที่ผมน่าจะได้มาพบกับพวกเราบ่อยๆ ได้ ใช่หรือเปล่าครับ

งั้นครั้งนี้ ผมก็ขอลาไปตั้งหลักก่อนแล้วกันนะครับ เดี๋ยวไว้ไปเป็นอาจารย์อีก 2 วัน แล้วจะกลับมาพบปะพูดคุยผ่านตัวอักษรกันใหม่

ไปก่อนนะครับ เดี๋ยวไม่ทันรถไฟฟ้าเที่ยวแปดโมงครึ่ง

Comment

Comment:

Tweet

แวะมาทักทาย แตะมือไว้ก่อนครับ เดี๋ยวว่างๆจะเข้ามาอ่านเรื่องราวเรื่อยๆนะครับ big smile

#18 By HyPeR MonKeY on 2007-10-16 15:40

เห็นด้วย ความรู้ให้เท่าไหร่ก็ไม่หมด น้ำใจก็เช่นกัน การให้ความรู้และการให้น้ำใจมีเจตนาเดียวกัน คือ ให้โดยไม่หวังสิ่งตอบแทนจากผู้รับ สิ่งที่เกิดกับผู้ให้ก็คือ ความภูมิใจ ความอิ่มใจ และความสบายใจ ความแตกต่างก็คือ สิ่งที่ได้รับกลับมาจากผู้รับ

#17 By shinsetsu (58.9.194.23) on 2007-09-27 09:08

ให้อะไรก็ได้ที่ผู้รับ รับแล้วไม่โมโห(เดือด)ร้อน จนต้องล้มหมอนนอนเสื่อ

#16 By Profishing (58.136.60.245) on 2007-09-20 23:05

แต่เราว่า เป็นความรักที่แม่มีให้กับลูกนะ (สำหรับแม่บางคน)

#15 By Helios (125.26.183.96) on 2007-09-14 17:50

เห็นด้วยเลย

ความรู้นี่แหละ

#14 By *~FaB_Fiii~* on 2007-09-08 21:39

อืม แว๊บแรกที่ผมเห็นคำถาม ผมนึกขึ้นคือ [bน้ำใจ [/b]ครับ หุหุหุ

#13 By jirayu on 2007-08-25 23:39

เอที่หายไป ไม่ช่ายอาหารญี่ปุ่น ไปกิน ตอดอง หรือว่า เหนียงหมานอะดิ อิอิอิ

#12 By ปืนโต on 2007-08-22 06:33

อย่างหมูก็คิดถึงเรื่องความรักอยู่แล้ว
ไม่พอหรอก สำหรับหมูน่ะนะ

#11 By หมูลม (203.113.40.8) on 2007-07-24 22:15

ความรู้เหมือนตำลึงข้างรั้ว
เด็ดให้ข้างบ้านเท่าไหร่
ถ้าเราหมั่นรดน้ำ
ก็ยิ่งแตกยอด ทอดยาวมากขึ้นเท่านั้น

ขอบคุณสำหรับการแบ่งปันสิ่งดีๆ ครับ

ตอนนี้ผมก็พยายามทำแบบนี้อยู่เช่นกัน
พยายามเกาะกลุ่มกับเพื่อนแบ่งปันความรู้กัน ไม่ให้มีใครหล่นหายไประหว่างการสอบแต่ละครั้ง
บางทีเรากลับเครียดกว่าเจ้าตัวเค้าเองเสียอีก
เอาเรื่องคนอื่นมาคิดกลุ้มใจ
....
ผมคงไม่บ้านะครับ

#10 By apple666 (Nopphasul) on 2007-07-21 20:31

น้ำใจไง

#9 By " POOMOO " on 2007-07-21 15:43

ผมคิดว่าเราก็ลอกส่วนหนึ่ง เรียนรู้ส่วนหนึ่ง รู้เองส่วนหนึ่ง จนประกอบเป็นความรู้ขึ้นมา แต่การลอกที่่ว่านี้ เป็นการลอกแบบการศึกษา ซึ่งทุกคนต้องผ่านมาทางนีทั้งนั้น ต้องได้มาจากการอ่าน การดู และการฟัง เป็นธรรมชาติของการเรียนรู้นะครับ เพียงแต่การลอกนี่คือการเอาของคนอื่นมาเป็นของเราเลย ซึ่งมีความหมายที่ไม่ดี ต่างจากการศึกษาเรียนรู้ครับ

#8 By เจ้าชายน้อย on 2007-07-17 19:17

น้ำใจให้ไป เป็นสิ่งที่ดีที่สุด

แต่การให้ความรู้กับผู้อื่นก็เป็นสิ่งที่ดีนะคะ

กลายเป็นพ่อพิมพ์ของชาติไปแล้ว

#7 By lamoon on 2007-07-10 16:31

การศึกษา ที่เปลี่ยนไป หนะครับ

#6 By T o' M @ ZZ u ครับ on 2007-07-10 12:13

สวัสดีครับ/สวัสดีค่ะ เรียนสายอาจารย์ไปรเวทหน่อยค่ะ/ครับ... เข้าขั้นเฟ้ยพรรคพวกเรา

#5 By pui on 2007-07-10 09:37

ก็จิงนะค่ะความรู้
แต่ว่ามันก็มีอีกมากมาย เช่น ความรักที่พ่อแม่มีให้ลูก น้ำใจ ความซื่อสัตย์
พรหมวิหาร 4
พอแล้วไม่เอาแล้ว

#4 By jasminey on 2007-07-09 13:51

เฮ้ย!!!!!!!!!!!
เป็นอาจารย์เหรอ??
ทำอะไรที่ ไหนอย่างไร เล่ามาซะดีๆ นะคุณเปี๊ยก





ปล. ฝนตกแล้ว...รักษาสุขภาพด้วยเน้อ
เป็นห่วงๆ

#3 By |:| ShaKo |:| on 2007-07-08 08:01

เราว่าไม่เห็นต้องอายเลย เธอน่าจะภูมิใจมากกว่านะ อาจารย์เปี๊ยก อิๆ

#2 By blind bookworm on 2007-07-07 18:05

สำหรับผมนะ ผมคิดว่าเป็นน้ำใจครับ

#1 By นายฉิม on 2007-07-07 16:19